‘ไพรินทร์’ ฟุ้ง! พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน EEC ดันรายได้ท่องเที่ยวโต 180% – ทล.เตรียมของบปี 62 กว่า 3.11 หมื่นล้าน

0
1

คมนาคมมั่นใจโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ EEC ช่วยดันรายได้ท่องเที่ยวโต 180%-นักท่องเที่ยวเพิ่ม 150% ลุยใช้โมเดลญี่ปุ่นพัฒนาเมืองใหม่ หนุนการขนส่งโลจิสติกส์ประเทศ ขณะที่ ทล.เตรียมชงของบฯ ปี 62 วงเงิน 3.11 หมื่นล้านบาท พัฒนาพื้นที่ EEC จำนวน 33 โครงการใน 8 จังหวัด

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายในงานสัมมนาสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ว่า การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC นั้น จะเป็นโมเดลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจไปพร้อมกันเพื่อส่งเสริมให้นำรูปแบบไปพัฒนาในพื้นที่อื่นต่อไป โดยในปัจจุบันกระทรวงคมนาคม อยู่ระหว่างการวางระบบขนส่งให้กับพื้นที่ EEC ทั้งโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการรถไฟทางคู่ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือ มอเตอร์เวย์ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ตลอดจนโครงการพัฒนาท่าเรือขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมขั้นสูงและอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ตามนโยบาย One Seamless Transport หรือการขนส่งไร้รอยต่อ

ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินการพัฒนาข้างต้นได้ตามแผนที่กำหนดไว้นั้น จะส่งผลให้ตลาดการท่องเที่ยว EEC เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในพื้นที่ EEC จะเพิ่มขึ้น 1.8 เท่าหรือ 180% เมื่อเทียบกับปัจจุบัน ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจะเติบโตเช่นกันที่ 1.5 เท่าหรือ 150% อย่างไรก็ตามสำหรับแนวคิดการพัฒนา EEC นั้น ตั้งใจว่าจะวางระบบขนส่งไปเพื่อสร้างเมืองใหม่ตามเส้นทางกรุงเทพฯ-EEC ใช้โมเดลคล้ายกับประเทศญี่ปุ่น ที่ตั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าไว้ในเมืองโตเกียว ควบคู่ไปกับพัฒนาระบบขนส่งทั้งรถไฟความเร็วสูง และมอเตอร์เวย์ ไปยังเมืองชายฝั่งอย่างโยโกฮาม่า เพื่อใช้เป็นเมืองหลักในการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ รวมถึงรองรับอุตสาหกรรมหนักและอุตสาหกรรมขั้นสูงของประเทศ

“สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนั้นจะไม่หยุดอยู่แค่พื้นที่ EEC โดยในขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการก่อสร้างมอเตอร์เวย์จาก EEC ไปเชื่อมหัวเมืองใหญ่อีก 2 แห่งอีกด้วย ได้แก่ จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา” นายไพรินทร์ กล่าว

นายไพรินทร์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน EEC วงเงินมากกว่า 3.55 แสนล้านบาทนั้น กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าจะเปิดประมูลช่วงไตรมาส 2-3/2561 และได้เอกชนภายในปีนี้ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ช่วงกรุงเทพ-ระยอง วงเงิน 2.15 แสนล้านบาท, โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 วงเงิน 1.41 แสนล้านบาท แบ่งเป็น โครงสร้างพื้นฐาน 5.7 หมื่นล้านบาท และการบริหารจัดการท่าเรือ 8.4 หมื่นล้านบาท, โครงการรถไฟทางคู่เชื่อม 3 ท่าเรือ, โครงการพัฒนาถนนทางหลวงและทางหลวงชนบท, โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เป็นต้น

ด้านนายธานินท์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง หรือ ทล. กล่าวว่า สำหรับแนวทางการพัฒนาโครงข่ายถนนในพื้นที่ EEC เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาวนั้น มีแผนจะเสนอของบประมาณปี 2562 จำนวน 33 โครงการ วงเงิน 3.11 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาถนนภายในโครงข่ายจังหวัดทางภาคตะวันออก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการปรับปรุงถนนให้เป็น 4-8 ช่องจราจร จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 9 โครงการ วงเงิน 10,300 ล้านบาท, จ.ชลบุรี จำนวน 11 โครงการ วงเงิน 7,590 ล้านบาท,จ.ระยอง จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 5,370 ล้านบาท, จ.นครนายก จำนวน 1 โครงการ วงเงิน 900 ล้านบาท, จ.ปราจีนบุรี จำนวน 2 โครงการ วงเงิน 500 ล้าน, จ.สระแก้ว จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 4,930 บาท, จ.จันทบุรี จำนวน 2 โครงการ วงเงิน 1,590 ล้านบาท และจ.ตราด ที่อยู่ระหว่างพิจารณาในการของบประมาณต่อไป ซึ่งจะบรรจุอยู่ในการของบประมาณปี 2563 จำนวน 8 โครงการ วงเงิน 27,880 ล้านบาท