เฮรัวๆ 20 ก.ค.นี้ ใช้บัตรคนจนขึ้นรถไฟใต้ดินได้ วงเงิน 500 บาท/คน/เดือน

ดีเดย์ 20 ก.ค.นี้ ใช้บัตรคนจน 1.3 ล้านใบใช้ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสีน้ำเงิน-ม่วง วงเงิน 500 บาทต่อคนต่อเดือน ฟากกรมบัญชีกลาง จ่อ ชง ครม.ขอเพิ่มเงินบัตรคนจนขึ้นรถไฟฟ้า เผยยอดใช้บัตรคนจนเดินทาง 8 เดือนแรกทะลุ 200 ล้านบาท

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการพัฒนาระบบตั๋วร่วมเพื่อรองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยว่า ในปัจจุบันมีประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง จำนวน 1.3 ล้านใบ ในเขต 7 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม ซึ่งเป็นบัตรแบบ 2 ชิปการ์ด โดยจะมีสัญลักษณ์แมงมุมบริเวณมุมขวาล่างด้านหลังบัตร ทั้งนี้ ภายในบัตรดังกล่าวจะมีวงเงินที่สามารถใช้กับรถไฟฟ้า MRT และเป็นวงเงินเดียวกับใช้บริการรถเมล์ ขสมก. จำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้ร่วมกับรถเมล์ ขสมก. ภายในเดือน ต.ค.นี้นั้น กรมบัญชีกลาง จะมีการพิจารณาประเมินนำวงเงินในการใช้รถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. จำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน และรถโดยสารประจำทางของบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส.จำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มวงเงินในส่วนของการใช้กับรถไฟฟ้า MRT เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ขณะเดียวกันยังมีแผนที่จะให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้ร่วมกับเรือโดยสารได้ด้วยในอนาคต ซึ่งจะต้องมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ก่อนนำเสนอไปให้คณะรัฐมนตรี หรือ ครม.พิจารณาต่อไป

นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของการใช้บัตรกับรถไฟฟ้า MRT วงเงิน 500 บาทต่อคนต่อเดือนนั้น หากมีการใช้เกินจากวงเงินที่รัฐบาลให้ จะสามารถติดลบได้ 1 ครั้ง และจะถูกหักยอดติดลบในวงเงินของเดือนถัดไป ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดของผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการเดินทางโดยรถไฟ รฟท. เฉลี่ยวงเงิน 20 ล้านบาทต่อเดือน และรถ บขส. 5 ล้านบาทต่อเดือน ส่งผลให้ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาผู้ใช้บัตรผู้มีรายได้น้อยจ่ายค่าเดินทางแล้ว200ล้านบาท ขณะที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดือน เม.ย. 2561 ที่ผ่านมามีผู้ใช้บัตรฯกับรถไฟ 30 ล้านบาท และรถ บขส. 6 ล้านบาท

ด้านนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาส ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. กล่าวว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประเภทที่มี 2 ชิปการ์ด (มีสัญลักษณ์แมงมุมด้านหลังบัตร) ต้องนำบัตรฯ มาขึ้นทะเบียนก่อนจึงจะสามารถใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT ได้ โดยได้จัดเตรียมจุดให้บริการขึ้นทะเบียนบัตรฯ ไว้ภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงและสายสีน้ำเงิน ทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2561 ระหว่างเวลา 11.00 – 20.00 น. และบัตรฯ ที่ขึ้นทะเบียนแล้วนี้ จะเริ่มใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT ได้ ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป แต่สำหรับผู้มีรายได้น้อยตามคุณสมบัติและเงื่อนไขของกรมบัญชีกลาง ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประเภทมี 2 ชิปการ์ด ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 เป็นต้นไป จะสามารถนำบัตรฯ มาใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT ได้ทันที (เนื่องจากบัตรได้รับการขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว)

ทั้งนี้ จากปัจจุบันที่มีการเป็นการคิดค่าโดยสารทันทีที่แตะบัตรแต่ในส่วนของบัตร EMV จะรวบรวมทุกการเดินทางในทุกชนิดของประเภทการเดินทาง 1 วัน โดยเป็นการบันทึกระบบบัญชีเนื่องจากบัตร EMV ที่เป็นระบบบัตรเครดิต บัตรเดบิต ที่จะเรียกเก็บกับธนาคารที่ออกบัตรและธนาคารกรุงไทยก็จะทำการแจ้งไปยังธนาคารที่ออกบัตรเพื่อเรียกชำระเงินค่าโดยสารต่อไป ซึ่งจะเป็นการเรียกเก็บตามรอบบัตรเครดิตของแต่ละธนาคาร และระบบ Pre-Paid จึงสามารถรองรับทุกกลุ่มรายได้ที่จะใช้บริการ ในส่วนของบัตร MRT Plus จะมีการเปลี่ยนเป็นการใช้บัตรแมงมุมและบัตรที่จะมีการผลิตออกมาใหม่จะมีค่าธรรมเนียมออกบัตร 30 บาท

ขณะเดียวกัน รฟม.จะมีการดำเนินการในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและรถไฟฟ้าสายสีม่วงโดยจะมีการจัดจ้าง BEM ดำเนินการในการปรับอ่านบัตร EMV ให้สามารถอ่านได้ทั้งบัตรแมงมุมและบัตร EMV ซึ่งจะใช้งบลงทุนในการดำเนินการประมาณ 500 ล้านบาท ในส่วนของธนาคารกรุงไทยก็จะต้องไปดำเนินการจัดทำระบบการชำระดุล สำหรับขณะนี้มีการแจกบัตรแมงมุมไปแล้วจำนวน 140,000 ใบ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 50,000 จะมีการนำไปแจกในช่วงเดือน ต.ค.นี้ ที่จะมีการเปิดตัวการใช้บริการบัตรแมงมุมร่วมกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งก์ และรถเมล์ ขสมก. ส่วนของกรณีของรถไฟฟ้า BTS ที่ขณะนี้ยังไม่เข้าร่วมโครงการตั๋วร่วมนั้นก็เข้าใจว่าทาง BTS มองว่าน่าจะรอปรับปรุงหัวอ่านครั้งเดียวตอนปรับเป็นหัวอ่านบัตร EMV เพราะทาง BTS ก็มีผู้ถือบัตร Rabbit อยู่แล้วถ้าเป็นช่วงระยะเวลาสั้นในการเปลี่ยนระบบหลายครั้งเกรงว่าผู้ถือบัตรจะสับสนจึงน่าจะรอเปลี่ยนครั้งเดียว

นายภคพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่ BTS ยังไม่เข้าร่วมกับตั๋วร่วมนั้นมองว่า ทางบีทีเอสรอความพร้อมของบัตร Europay, MasterCard และ Visa (EMV) เวอร์ชั่น 2 ที่จะใช้ได้ภายในเดือนธ.ค. 2562 เนื่องจากขณะนี้ บีทีเอส มีฐานผู้ใช้บัตรแรบบิทอยู่เป็นจำนวนมาก หากบีทีเอสต้องมาร่วมใช้ตั๋วร่วม จะทำให้ผู้ถือบัตรเกิดความสับสน เนื่องจากปลายปี 2562 จะต้องเปลี่ยไปใช้บัตร EMVทั้งหมด

แชร์ข่าวนี้ให้กับเพื่อนๆ ผ่าน >>
  • 6
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    6
    Shares

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *