เร่งเชื่อมรถไฟ “ไทย-กัมพูชา” วางเป้าเดินรถ มิ.ย.-ก.ค.นี้ เตรียมเชิญ “บิ๊กตู่” ประธานมอบขบวนรถ

“คมนาคม” ถกร่วมกัมพูชา เร่งเครื่องเชื่อมรถไฟอรัญฯ-พนมเปญ จ่อเปิดเดินรถ มิ.ย.-ก.ค.นี้ พร้อมเชิญนายกฯ ส่งมอบรถ 1 ขบวน ด้าน “อาคม” เผยกัมพูชาหวังไทยเป็นครูสอนงานด้านโลจิสติกส์

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการความร่วมมือรถไฟเชื่อมจากอรัญประเทศ (ไทย) –ปอยเปต-ศรีโสภณ-พระตะบอง-พนมเปญ (กัมพูชา)ว่า ขณะนี้กัมพูชาได้เปิดเดินรถในฝั่งกัมพูชาแล้ว ส่วนการเดินรถเชื่อมมายังฝั่งไทยนั้น อยู่ระหว่างการรอกำหนดเวลาทำบันทึกข้อตกลงการเดินรถระหว่างประเทศ ซึ่งยังต้องเจรจาเพิ่มเติมใน 3 ประเด็น เช่น การดูแล ซ่อมบำรุงกรณีรถเสีย เป็นต้น เมื่อได้ข้อสรุปจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ต่อไป โดยกัมพูชาขอให้ดำเนินการทำข้อตกลงโดยเร็ว เพื่อให้สามารถเปิดเดินรถได้ช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้

ทั้งนี้ ไทยจะมอบรถไฟดีเซลรางให้กัมพูชา 1 ขบวน ซึ่งมี 3 ตู้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ความร่วมมือด้านการรถไฟระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นรถไฟดีเซลรางที่ไทยใช้งานแล้วแต่ยังมีอายุการใช้งานได้อยู่ เพื่อนำไปเปิดรถเส้นทางดังกล่าว โดยในการส่งมอบรถไฟดังกล่าวนั้น จะเชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ในส่วนของไทยได้ทำการก่อสร้างสถานีรถไฟชั่วคราวขึ้นในจุดใกล้สะพานข้ามแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจากสถานีอรัญประเทศจะอยู่ไกลจากชายแดนหลายกิโลเมตร เพื่อความสะดวกในการตรวจคนเข้าเมือง (immigration)

ขณะเดียวกันไทย-กัมพูชายังมีโครงการก่อสร้างโครงข่ายถนนเชื่อมโยงจุดผ่านแดนหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ประเทศไทย ไปถึงบ้านสตึงบท ต.ปอยเปต อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ตลอดจนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำบริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อเชื่อมต่อเขตปอยเปตของประเทศกัมพูชา ระยะทาง 29.28 กิโลเมตร แบ่งเป็นสะพาน 4.7 กิโลเมตร ซึ่งคืบหน้าไปกว่า 50% แล้ว โดยเมื่อแล้วเสร็จจะทำเป็นจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการเจรจาโครงการข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS Cross-Border Transport Agreement : CBTA) เชื่อมต่อการขนส่งข้ามแดนโดยอนุญาตให้แลกเปลี่ยนสิทธิจราจรในประเภทรถบรรทุกก่อนเพื่อขนส่งสินค้าข้ามแดนจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งได้ หรือข้ามไปประเทศที่ 3 โดยใช้เอกสาร เอกสารนำเข้าชั่วคราวสำหรับตู้คอนเทนเนอร์และรถบรรทุก (Temporary Admission Document) เนื่องจากทางกัมพูชาขอให้รถจากกัมพูชาสามารถวิ่งเข้าออกได้หลายด่านของไทยและขอให้วิ่งได้ทั่วประเทศ ซึ่งไทยไม่สามารถอนุญาตได้ ต้องมีการกำหนดเส้นทางวิ่งที่ชัดเจน เนื่องจากโครงข่ายถนนในไทยมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับกัมพูชา ประกอบกับต้องคำนึงถึงเรื่องความมั่นคงเป็นสำคัญ แต่หากกัมพูชายินยอมตามเงื่อนไขของไทยได้ก็จะสามารถเปิดให้วิ่งได้

นายอาคม ยังกล่าวถึงการประชุมร่วมกับคณะผู้แทนรัฐมนตรีขนส่งกัมพูชา เพื่อแลกเปลี่ยนงานด้านโลจิสติกส์ว่า กัมพูชาต้องการพัฒนางานด้านโลจิสติกส์และการขนส่งอย่างเป็นระบบ จึงเข้ามาเรียนรู้งานด้านโลจิสติกส์ของไทย รวมถึงศึกษาแผนการดำเนินงานและกลยุทธ์ต่างๆ เนื่องจากกำลังประสบปัญหาเช่นเดียวกับไทย คือ รถบรรทุกเข้าตัวเมืองทำให้เกิดปัญหารถติด โดยให้ความสนใจดูต้นแบบบริหารจัดการศูนย์ขนถ่ายสินค้าของไทย เพื่อนำไปพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของกัมพูชา

“ผมได้ชี้แจงว่าไทยมีการพัฒนางานด้านโลจิสติกส์มาอย่างต่อเนื่องตามแผนการพัฒนา ซึ่งอยู่ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมีองค์ประกอบสำคัญ คือ โครงสร้างพื้นฐานทั้งบก น้ำ อากาศ ราง ทั้งนี้กัมพูชาได้ให้ความสนใจดูงานที่ศูนย์ขนถ่ายสินค้าของไทย 3 แห่ง ที่พุทธมณฑล ร่มเกล้า และรังสิต” นายอาคม กล่าว

แชร์ข่าวนี้ให้กับเพื่อนๆ ผ่าน >>
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *