ส่อเลื่อน!!! ประมูลแหลมฉบัง เฟส 3 – รอลุ้นผล EHIA ไฟเขียว

ส่อเลื่อน!!! ประมูลแหลมฉบัง เฟส 3 กทท.ย้ำยังไม่หลุดแผนแม้ไม่ทัน 60 วัน ด้าน SRTO ติดปัญหาหลายด้าน-บอร์ดตีกลับทีโออาร์ ฟาก สรท.บี้รัฐบาลแก้แออัดแหลมฉบัง เผยต้องรอขนถ่ายสินค้า กว่า12 ชั่วโมง ขณะที่ “อาคม” เปรยอาจใช้เวลานาน – เชื่อ SRTO ไม่แก้แออัดหากไม่ทำทั้งระบบ

นายมนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ว่า ในวันนี้ (6 ก.ค. 2561) กทท.ได้จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) ครั้งที่ 3 เพื่อสำรวจความสนใจของนักลงทุน โดยหลังจากนี้จะมีการรวบรวมข้อมูล ก่อนที่จะเดินหน้าจัดทำร่างเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) ต่อไป ขณะที่การรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอ โดยที่ผ่านมาได้เสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กลับ คชก.ว่า จะประชุมเพื่อพิจารณาอีกครั้งเมื่อใด อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่าน คชก.แล้วยังต้องเสนอ EHIA ไปสู่ที่ประชุมชุดใหญ่อย่าง คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เพื่อขอความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง

“ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าขั้นตอนดังกล่าวจะแล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถเปิดประมูลโครงการได้ตามแผนภายใน 60 วันนับจากนี้หรือภายในเดือน ส.ค. แต่ทั้งนี้ทางฝั่งนโยบายระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) ได้ช่วยเร่งรัดแผนสิ่งแวดล้อมแล้ว จึงคาดว่าโครงการจะยังเดินหน้าได้ตามแผน คือ การลงนามสัญญาภายในปีนี้ เพื่อก่อสร้างในปี 2562 แม้จะไม่สามารถประมูลได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด” นายมนตรี กล่าว

นายมนตรี กล่าวต่อในส่วนของความคืบหน้าโครงการศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือ (Single Rail Transfer Operator : SRTO) ว่า ขณะนี้ยังติดปัญหาหลายด้าน ทั้งเรื่องของทีโออาร์ที่เสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) กทท.ไปถึง 2 ครั้งแล้ว แต่ยังไม่ผ่านความเห็นชอบขณะนี้กำลังจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเสนอบอร์ดอีกครั้ง เพื่อเร่งเปิดประมูลสัญญาจัดหาเอกชนเข้ามาบริหาร นอกจากนี้ยังติดปัญหาด้านของวิศวกรรมการออกแบบและก่อสร้างในบางส่วนอีกด้วย

ด้านนายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือ แห่งประเทศไทย หรือ สรท. กล่าวว่า ปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังประสบปัญหาความแออัดและจราจรติดขัดภายในท่าเทียบเรืออย่างมากโดยเฉพาะในช่วงปลายสัปดาห์ที่มีการขนถ่ายสินค้าจำนวนมาก จึงต้องเสียเวลารอขนถ่ายสินค้า 8-12 ชั่วโมงทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก สำหรับท่าเรือที่มีความแออัดได้แก่ท่าเรือ C1, C2 และ B5 ส่งผลให้จราจรติดขัดไปทั้งท่าเรือแหลมฉบัง ดังนั้น สรท.จึงได้ยื่นหนังสือถึงนาย อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้เร่งพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อส่งเสริมการขนส่งสินค้าสนับสนุนนโยบายอีอีซี ซึ่ง รมว.คมนาคมได้รับปากว่าจะพิจารณาให้แต่อาจใช้เวลานานในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา กทท. ได้ดำเนินการแก้ปัญหาเพียงแค่จัดจุดพักรอรถบรรทุก (Rest Area) ไว้ให้ภายในท่าเรือ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาจราจรให้ดีขึ้นผู้ประกอบการจึงมีต้นทุนเพิ่มเท่าเดิม

สำหรับโครงการ SRTO ภายในท่าเรือแหลมฉบังที่อยู่ระหว่างดำเนินการหาตัวเอกชนเข้ามาบริหารนั้น ตนมองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาความแออัดภายในท่าเรือแหลมฉบัง แต่ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะปัญหาดังกล่าวต้องแก้ไขทั้งระบบตั้งแต่การจัดซื้อหัวรถจักร เพื่อบรรทุกสินค้าเข้าสู่ท่าเรือเพิ่ม รวมถึงการเร่งพัฒนาสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ICD) ลาดกระบัง ซึ่งถือเป็นฮับการรับสินค้าเชื่อมต่อระบบรางเข้ามายังท่าเรือแหลมฉบัง แต่ในปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวก็ประสบปัญหาความแออัดและรถติดอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องเร่งขยายพื้นที่ ICD ลาดกระบังรวมถึงพัฒนา ICD แห่งใหม่ด้วย อย่างไรก็ตาม กทท.ยังมีโจทย์ที่ต้องวางแนวทางการบริหารรถบรรทุกขนถ่ายสินค้าจาก SRTO ไปยังท่าเรือต่างๆ ในแหลมฉบังเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหารถติดอีกต่อไป

แชร์ข่าวนี้ให้กับเพื่อนๆ ผ่าน >>
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *