รฟท.จับมือไต้หวัน ลุยพลิกโฉม “หัวลำโพง” สู่พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย

รฟท. ถกร่วมผู้เชี่ยวชาญไต้หวัน หาแนวทางในการพลิกโฉมสถานีรถไฟหัวลำโพงสู่การเป็น “พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย” ในอนาคต พร้อมร่วมวิเคราะห์โครงสร้างหัวลำโพง แนะเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เปิดเผยว่า ตามโครงการสร้างเส้นทางรถไฟสายทรานส์เอเชียซึ่งมีการลงมติอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 ที่ผ่านมา รวมถึงโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงในประเทศซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้ว ระบบขนส่งคมนาคมทางรถไฟของประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง ในอนาคตสถานีรถไฟบางซื่อจะกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางรถไฟแห่งใหม่ของประเทศไทย ส่วนสถานีหัวลำโพงซึ่งเป็นสถานีหลักในปัจจุบันจะถูกนำไปพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟ โดยล่าสุดจึงได้มีการหารือร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย (TECO) เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่รอบเส้นทางรถไฟของสถานีรถไฟหัวลำโพงซึ่งมีประวัติศาสตร์เก่าแก่ถึง 100ปี จะสามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

ทั้งนี้ ในการหารือได้จัดจัดกิจกรรมเยี่ยมชมพื้นที่ทางวัฒนธรรมของการรถไฟไทย (Site Visit of Thailand Railway Cultural Venue) โดยผู้เชี่ยวชาญจากการรถไฟแห่งประเทศไทยนำคณะนักวิชาการจากไต้หวันและผู้เข้าร่วมกิจกรรมชมห้องแสดงนิทรรศการวัฒนธรรมทางรถไฟภายในสถานีรถไฟหัวลำโพงรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือต่างๆ ในด้านการรถไฟ นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมยังได้เข้าชมระบบการขนส่งทางรถไฟแบบใหม่ของสถานีรถไฟบางซื่อ ซึ่งกำลังจะกลายเป็นสถานีรถไฟหลักของกรุงเทพฯ ในอนาคต นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมอภิปรายแบ่งปันประสบการณ์และทัศนะในหัวข้อพิพิธภัณฑ์การรถไฟระหว่างไต้หวันกับประเทศไทย (Taiwan-Thailand Railway Museum Experiences Sharing Forum) ซึ่งได้เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกได้ร่วมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน

ด้านนายสือ ป๋อ ซื่อ รองผู้แทนรัฐบาล สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยกล่าวว่า กรณีศูนย์กลางการขนส่งทางรถไฟของประเทศไทยกำลังจะย้ายจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปยังสถานีรถไฟบางซื่อซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ ทำให้เกิดประเด็นอภิปรายต่างๆ ในด้านการเปลี่ยนแปลงพื้นที่สถานีรถไฟ การนำทรัพยากรเดิมกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ รวมถึงการขยายและปรับเปลี่ยนสู่พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟ ไต้หวันจึงขอนำประสบการณ์หลาย 10 ปีในด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมทางรถไฟ โดยคณะผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วยนักวิชาการด้านทางรถไฟและการอนุรักษ์วัฒนธรรมของไต้หวัน

ขณะที่ ดร. เฉิน กวน ฝู่ ผู้อำนวยการฝ่ายวัฒนธรรม สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ได้กล่าวถึงทรัพยากรทางวัฒนธรรมในไต้หวัน รวมถึงประวัติศาสตร์การพัฒนานโยบายด้านการนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ นอกจากนี้ยังมีการแบ่งปันประสบการณ์จากกรณีศึกษาจริงในพื้นที่ต่างๆ กว่า 50 ตัวอย่างในการนำทรัพยากรทางวัฒนธรรมกลับมาใช้ใหม่ ในลักษณะการสร้างพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นถิ่นและพื้นที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้งในเมืองไทเป เมืองเกาสง เมืองไถหนาน เมืองฮวาเหลียน และเมืองอื่นๆ รวมถึงการนำเสนอข้อเสนอแนะ 5 ประการแก่ประเทศไทย ได้แก่ การบูรณาการร่วมกับพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นในเขตเมืองเก่า และการจัดทำโครงการร่วมกับประชาชนในพื้นที่ในการรวบรวมสิ่งของสำหรับจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งปันเรื่องราวจากกลุ่มคนรักรถไฟของไทย ที่ได้เดินทางไปยังไต้หวันเพื่อศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับการรถไฟของไต้หวัน ในการสร้างและพัฒนาเส้นทางรถไฟใหม่ของไต้หวันแต่ยังคงมีการอนุรักษ์ทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่มีอยู่เดิมไปพร้อมกันด้วย เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางรถไฟ อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ หลังจากนี้อีกไม่นาน สถานีรถไฟความเร็วสูงของไต้หวันจะมีการสร้าง “ศูนย์การเรียนรู้รถไฟความเร็วสูงไต้หวัน” ซึ่งจะจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการก่อสร้างทางรถไฟ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทดลองสัมผัสประสบการณ์ต่างๆ ด้วยตนเอง อาทิ ห้องจำลองการทำงานของพนักงานขับรถไฟ เป็นหนึ่งในกรณีตัวอย่างที่ประเทศไทยสามารถนำไปศึกษาและต่อยอดได้ในอนาคต

แชร์ข่าวนี้ให้กับเพื่อนๆ ผ่าน >>
  • 5
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    5
    Shares

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *