ยิปรอค ผนึกกำลัง เวเบอร์ และแซง-โกแบ็ง กลาส โชว์โซลูชั่นเด็ดกลางงานสถาปนิก’61

บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตยิปซัมรายแรกในประเทศไทยและนวัตกรรมยิปซัมคุณภาพสูงสำหรับผนังและฝ้า เพดาน ภายใต้แบรนด์ ยิปรอค ร่วมกับ บริษัท แซง-โกแบ็ง เวเบอร์ จำกัด (เวเบอร์ ตราตุ๊กแก) ผู้นำระดับโลกในกลุ่มผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง กาวยาแนว ผลิตภัณฑ์ป้องกันน้ำรั่วซึม และมอร์ต้าสำหรับงานก่อสร้าง และ แซง-โกแบ็ง กลาส เอ็กซ์โปรเวอร์ ประเทศไทย ผู้ผลิตกระจกและผู้นำนวัตกรรมงานกระจกระดับโลก สำหรับที่อยู่อาศัยและอาคาร เปิดบูธจัดแสดงนวัตกรรมร่วมกันเป็นครั้งแรกภายในงานสถาปนิก61

นำเสนอโซลูชั่นส์การก่อสร้างที่ดีที่สุดเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกระดับ ทั้งในเรื่องการบริหารโครงการ การประหยัดพลังงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสำหรับงานก่อสร้างในปัจจุบัน โดยบูธได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Multi Comfort by SaintGobain โดยเหล่าสถาปนิก ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมรัพย์ วิศวกร ผู้รักการตกแต่งบ้าน ตลอดจนนิสิตนักศึกษาสาขาวิชาการออกแบบ สามารถมาสัมผัสนวัตกรรมการก่อสร้างอันล้ำสมัยจากสามพันธมิตรได้ที่ บูธหมายเลข D101 งานสถาปนิก61 ตั้งแต่วันที่ 1-6 พ.ค.61 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

แนวคิด Multi Comfort by SaintGobain ครอบคลุมการก่อสร้างและการตกแต่งต่อเติมทั้งสำหรับอาคารบ้านพักอาศัย สำนักงาน โรงพยาบาล และสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ของการออกแบบที่มอบความสะดวกสบาย ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าและเสริมสร้างพลานามัยของผู้คน เพื่อให้ผู้ใช้อาคารสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และพักผ่อนในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยแนวคิด Multi Comfort จะแบ่งออกเป็น 4 ด้านตามประสาทสัมผัสของมนุษย์ ได้แก่ การมองเห็น (ภาวะความสบายตา) การสัมผัส (ภาวะความสบายจากอุณหภูมิ) การได้กลิ่น (ภาวะความสบายจากคุณภาพอากาศ) และการได้ยิน (ภาวะความสบายจากเสียง) ซึ่งภายใต้แนวคิดดังกล่าวนี้ ยิปรอค เวเบอร์ และแซง-โกแบ็ง กลาส ได้ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อมอบความสะดวกสบายในทุกมิติของประสาทสัมผัส โดยมีตั้งแต่โซลูชั่นส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การป้องกันเสียงรบกวน นวัตกรรมสำหรับพื้นที่เปียก การป้องกันความร้อน วัสดุก่อสร้างที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ และสวัสดิภาพในการใช้อาคาร

มร.นิโคลา โกเดท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์ก่อสร้างประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แซง-โกแบ็ง กล่าวว่า เมื่อ 353 ปีก่อน แซง-โกแบ็ง เป็นผู้บุกเบิกพัฒนานวัตกรรมวัสดุและโซลูชั่นส์การก่อสร้างซึ่งเป็นสิ่งที่กำหนดรูปแบบการพักอาศัยของพวกเราในทุกวันนี้ โดยแซง-โกแบ็งยังคงคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืนและสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยการวิจัยและพัฒนาถือเป็นหัวใจสำคัญในกลยุทธ์ของแซง-โกแบ็ง การวิจัยของบริษัทให้ความสำคัญทั้งเรื่องนวัตกรรมสมัยใหม่และการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ขั้นตอน และบริการด้านการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ด้วยจิตวิญญาณแห่งการเปิดกว้างและการใส่ใจในความต้องการของผู้บริโภค

“และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งประกาศโดยกระทรวงพลังงานว่าด้วยเรื่องการบริหารจัดการระบบพลังงานของประเทศ เพื่อการันตีถึงแหล่งพลังงานที่มั่นคง มีต้นทุนที่เอื้อต่อการแข่งขันและมีความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม แซง-โกแบ็ง จึงได้เปิดตัวโปรแกรม Multi Comfort ในประเทศไทย ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นส์ประสิทธิภาพสูงที่เพิ่มความสะดวกสบายและประหยัดพลังงาน เพื่อสรรค์สร้างสภาพแวดล้อมภายในอาคารที่ยั่งยืนยิ่งให้แก่ผู้บริโภคของเรา”

“เราเชื่อมั่นว่าผู้ใช้อาคารต่างต้องการอาคารที่มีคุณสมบัติสมบูรณ์แบบในท้ายที่สุด ซึ่งโปรแกรม Multi Comfort ไม่เพียงเปี่ยมประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานเท่านั้น หากยังมอบความสบายในระดับสูงสุดแก่ผู้ใช้อาคารทุกคน เพราะนับเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่คุณต้องมีความเข้าใจว่า วัสดุก่อสร้างที่คุณเลือกใช้มีคุณสมบัติอย่างไรในการทำให้อาคารสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในระยะยาว ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและแปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาลเช่นทุกวันนี้” มร.นิโคลา กล่าวเสริม

ยิปรอค เวเบอร์  และ แซง-โกแบ็ง กลาส ดำเนินธุรกิจภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัทแซง-โกแบ็ง ซึ่งประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจมานานกว่า 353 ปี โดยกลุ่มบริษัทแซง-โกแบ็ง มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านการออกแบบ การผลิต และการจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างคุณภาพสูง 

โดยตลาดการก่อสร้างที่พักอาศัยถือเป็นตลาดหลักของแซง-โกแบ็งและทำยอดขายเกือบ 70ของกลุ่มบริษัท ด้วยการนำเสนอกลุ่มสินค้าและบริการที่หลากหลายสู่ตลาดก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ของแซง-โกแบ็ง จึงสามารถช่วยยกระดับประสิทธิภาพการก่อสร้าง ทั้งการประหยัดพลังงาน การป้องกันความร้อนและเสียงรบกวน ทัศนวิสัย และสุขภาพพลานามัยของผู้ใช้อาคาร โดยนำเสนอโซลูชั่นส์ทั้งในส่วนครอบอาคาร (หลังคา การเคลือบปิดส่วนหน้าอาคาร ระบบฉนวนภายนอก กระจกฉนวน ฯลฯ) และการตกแต่งภายใน (ฉนวน ยิปซัมบอร์ด เพดาน ฯลฯ) ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกใช้ในการก่อสร้างโครงการที่พักอาศัยสมัยใหม่อย่างแพร่หลาย (ทั้งบ้านเดี่ยวและอาคารห้องชุดพักอาศัย)

การร่วมมือกันในงานครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำสถานะผู้นำระดับโลกในตลาดที่พักอาศัยและการก่อสร้างของแซง-โกแบ็ง รวมถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชั่นส์และนวัตกรรมการก่อสร้างเพื่อผู้บริโภคทุกระดับ โดยทั้งยิปรอค เวเบอร์ และ แซง-โกแบ็ง กลาส ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นส์ที่ประหยัดพลังงาน มอบความสะดวกสบาย ส่งเสริมสุขภาพพลานามัย และมีความสวยงามที่เหนือระดับ ร่วมกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกัน

มร.ริชาร์ด จูเชรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การประหยัดพลังงานคือสิ่งที่แซง-โกแบ็งให้ความสำคัญมากที่สุด และเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพในด้านนี้ กลุ่มบริษัทจึงมุ่งเน้นตลาดการตกแต่งอาคารภายใต้แนวคิด Multi-Comfort ด้วยการประยุกต์โปรแกรมการก่อสร้างทั้งบ้านเดี่ยวและอาคารห้องชุดเพื่อนำเสนอโซลูชั่นส์ที่ดีเยี่ยมแก่ผู้บริโภค

ในฐานะผู้นำด้านระบบผนังและเพดานสำเร็จรูปของตลาดเมืองไทย ยิปรอคจึงพยายามคิดค้นนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อผสานการใช้งานยิปซัมบอร์ดให้สอดคล้องกับความต้องการในการก่อสร้างอาคารรูปแบบต่างๆ ซึ่งมอบประสิทธิภาพทั้งในด้านการประหยัดพลังงาน ข้อกำหนดเรื่องการป้องกันเสียง การป้องกันไฟ การปกป้องคุณภาพอากาศภายในอาคาร ฯลฯ เพื่อการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมภายในอาคารสมัยใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายและความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทุกคน

ผลิตภัณฑ์ยิปซัมบอร์ดของยิปรอคมีน้ำหนักเบาและติดตั้งง่าย ช่วยให้คุณได้งานบุพื้นผิวคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีเยี่ยม เหมาะทั้งสำหรับงานผนัง เพดาน ปล่องลิฟต์และโถงบันได ทางเดิน ห้องประชุมขนาดใหญ่ และห้องในอาคารประเภทต่าง ๆ ทั้งบ้านพักอาศัย โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา และโรงภาพยนตร์ เราเชื่อมั่นว่าระบบของเราจะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งในด้านการใช้งานและการก่อสร้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 มร.โลอิก ปาร์โย ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำกลุ่มประเทศจีน อาเซียน และโอเชียเนีย บริษัท แซง-โกแบ็ง กลาส เอ็กซ์โปรเวอร์ กล่าวว่า แซง-โกแบ็ง กลาส เป็นผู้นำระดับโลกด้านกระจกสำหรับที่อยู่อาศัยและการก่อสร้าง การออกแบบ และการอุตสาหกรรม ทั้งยังเป็นผู้จัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และให้บริการโซลูชั่นส์นวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดเกิดใหม่ ทั้งในด้านประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและการปกป้องสิ่งแวดล้อม

การร่วมมือครั้งนี้ของเราเกิดขึ้นเพื่อนำเสนอโซลูชั่นส์ที่ดีที่สุดจากทั้งสามบริษัท ผ่านการบูรณาการเข้าด้วยกันเพื่อนำเสนอความเชี่ยวชาญขั้นสุดยอดในแต่ละด้านของอุตสาหกรรมก่อสร้างสู่ผู้บริโภคซึ่งผลลัพธ์ของการร่วมมือครั้งนี้ได้มอบประสิทธิภาพที่เหนือล้ำยิ่งกว่า และทำให้เราสามารถนำเสนอทางเลือกที่ครบวงจรจากการพัฒนา การผลิต และการจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่ครอบคลุมของเรา เรายินดีต้อนรับทั้งผู้ที่กำลังจะสร้างบ้านหลังใหม่และผู้ที่รักการตกแต่งบ้านมาสัมผัสกับแนวทางการก่อสร้างแบบบูรณาการอันน่ามหัศจรรย์ ภายใต้แนวคิด Multi-Comfort ที่บูธจัดแสดงของเรา

นางสาวพิมพ์ใจ อุตะเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซง-โกแบ็ง เวเบอร์ จำกัด กล่าวว่า เรายินดีที่ได้จัดแสดงบูธในงานสถาปนิก61  ซึ่งเป็นงานแสดงสถาปัตยกรรม วัสดุก่อสร้าง และเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การร่วมงานครั้งนี้มอบโอกาสให้เราได้เปิดตัวโปรแกรม Multi Comfort by Saint-Gobain เป็นครั้งแรกของเมืองไทย ตลอดจนดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่และทำให้เราสามารถนำเสนอโซลูชั่นส์ชั้นนำในตลาดได้อย่างเต็มที่

ทั้งเวเบอร์ ยิปรอค และแซง-โกแบ็ง กลาส ถือเป็นบริษัทชื่อดังในวงการก่อสร้างภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัทแซง-โกแบ็ง ซึ่งเรามุ่งมั่นพัฒนาโซลูชั่นส์ที่ยั่งยืนและมอบความสะดวกสบายเพื่อสร้างความมั่นใจถึงความผาสุกของผู้คนและสังคมโดยรวม เรายังคงพัฒนาและขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมการตกแต่งภายในของไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนวงการก่อสร้างในประเทศไทยให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน

ภายในบูธหมายเลข D101 ยิปรอคจะนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ทั้งยิปซัมบอร์ด วัสดุกรุเพดาน ระบบโครงคร่าวและผลิตภัณฑ์ปูนปลาสเตอร์ ตลอดจนนำเสนอแนวคิดการออกแบบแก่ผู้เข้าเยี่ยมชมเพื่อให้รับทราบถึงแนวทางการใช้ยิปซัมบอร์ดในการออกแบบตกแต่ง ภายในห้องตัวอย่างจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติทั้งในด้านการป้องกันความร้อน การต่อต้านความชื้นและฉนวนป้องกันเสียง ส่วนเวเบอร์จะนำเสนอสินค้าประเภทกาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง กาวยาแนว ผลิตภัณฑ์ป้องกันน้ำรั่วซึม และมอร์ต้าสำหรับงานก่อสร้าง

สำหรับแซง-โกแบ็ง กลาส นำเสนอผลิตภัณฑ์ SGG MIRASTAR® ซึ่งทำให้พื้นผิวกระจกภายในอาคารสะท้อนเอ็ฟเฟ็กต์ที่สวยงามแวววาวดั่งกระจกเงา หรือเปลี่ยนเป็นกระจกใสได้ตามสภาพแสงในแต่ละช่วงเวลา อีกทั้งวัสดุชนิดนี้ยังช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้าสู่ภายในอาคาร ทำให้นักออกแบบสามารถนำไปใช้สร้างสรรค์ เพื่อให้พื้นผิวเรียบ ๆ ของอาคารมีความสวยงามโดดเด่นได้ตามจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัด นอกจากนี้ ภายในบูธยังมีมุมทดลองใช้สินค้าแบบ DIY เพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้จักกับผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น ผู้เข้าชมงานยังสามารถขอคำปรึกษาและแนวทางการตกแต่งอย่างสร้างสรรค์จากทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำตลอดการจัดงานสถาปนิก61 ครั้งนี้

แชร์ข่าวนี้ให้กับเพื่อนๆ ผ่าน >>
  • 5
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    5
    Shares

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *