“ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ” อัดงบ 1,900 ล้าน พัฒนา 13 โครงการหลัก

0
1

“ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ” อัดงบ 1,900 ล้าน พัฒนา 13 โครงการหลัก บูรณาการการเดินทางบก-ราง-น้ำ-อากาศ หนุนนโยบายรัฐ หวังรองรับการท่องเที่ยวทางทะเล กระตุ้นภาคเศรษฐกิจท้องถิ่น เพิ่มรายได้ประชาชนในพื้นที่ วางเป้าเชื่อมการขนส่ง สู่ Logistic Hub ภาคตะวันออก

นาวาเอกคมพันธ์ อุปลานนท์ รองผู้อำนวยการท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ เปิดเผยว่า ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ เตรียมทุ่มงบประมาณ 1,900 ล้านบาท โดยเป็นทุนหมุนเวียนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว วงเงิน 600 ล้านบาท และการสนับสนุนจากรัฐบาล ในการจัดทำ 13 โครงการ อาทิ โครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นบริเวณเกาะจระเข้, โครงการปรับปรุงร่องน้ำและบริเวณพื้นที่จอดเรือ เพื่อรองรับท่าเรือขนาดใหญ่, โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือน้ำมัน (ท่า POL), โครงการก่อสร้างท่าเรือเฟอร์รี่, โครงการ Ferry Terminal เป็นต้น

ทั้งนี้ ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ-กองทัพเรือ มีแผนพัฒนาให้สามารถเชื่อมโยงกับระบบขนส่งทั้งทางถนน ทางราง และการขนส่งทางอากาศที่สนามบินอู่ตะเภา เพื่อรองรับการเป็น LOGISTICS HUB ในภาคตะวันออก สำหรับการกระจายสินค้าและส่งเสริมการเดินทางการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาค รวมถึงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือพาณิชย์สัตหีบและท่าเรือชายฝั่งอื่นๆ ทั้งในประเทศและประเทศในภูมิภาค โดยการพัฒนาพัฒนาท่าเรือ POL (ท่าเทียบเรือน้ำมัน) นั้น เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์เป็นท่าเรือเอนกประสงค์ในการรองรับเข้าจอดของเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ (Cruise) ภายใต้โครงการพัฒนาท่าเรือเพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวทางทะเลของรัฐบาล

โดยการปรับปรุงท่าเทียบเรือน้ำมัน (ท่า POL) ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ-ฐานทัพเรือสัตหีบ อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ตามแนวทางของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. เพื่อนำเสนอ สผ.ให้เห็นชอบ ก่อนเริ่มเดินหน้าดำเนินการก่อสร้าง โดยเป็นการขยายขีดความสามารถรองรับการให้บริการเรือสินค้าและเรือท่องเที่ยวได้มากขึ้นและใช้ท่าเทียบเรือได้ทุกฤดูกาล เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถการบริการท่าเรือในเชิงพาณิชย์ รวมถึงยังเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย

สำหรับโครงการดังกล่าวนั้น ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยบูรพา ทำการสำรวจข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปสู่การออกแบบและรายละเอียด และได้ว่าจ้างบริษัทโชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด ในการปรับปรุงพื้นที่ และออกแบบพื้นที่ของโครงการ นอกจากนี้ ในส่วนของระยะเวลาในการดำเนินการ ตอนนี้ได้เริ่มกระบวนการแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา EIA เช่นเดียวกับโครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นบริเวณเกาะจระเข้ ขณะที่การปรับปรุงท่าเทียบเรือหมายเลข 6 อยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อได้ผู้ประกอบการเข้ามาดำเนินการ

“จากการรับฟังความคิดเห็นนั้น โครงการพัฒนาและปรับปรุงท่าเทียบเรือฯ ประชาชนให้การสนับสนุนเป็นอย่างมาก เพราะเห็นประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ โดยต่อไปเมื่อมีเรือท่องเที่ยวเข้ามาในโครงการ การท่องเที่ยวก็จะเติบโต การเดินทางขนส่งทางรถ ทางเรือก็จะสะดวกขึ้นด้วย ทั้งยังสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล ในการเป็น Multi Modal Transportation ครอบคลุมการขนส่งทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ โดยการที่ทหารเข้ามาปรับปรุงท่าเรือนั้น ซึ่งความมั่นคงก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เศรษฐกิจก็สำคัญเช่นกัน โดยการนำมาบูรณาการร่วมกันภายใต้การบริหารจัดการที่ดี ทั้งนี้ ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ มีความพร้อมบริหารจัดการดูแลด้านความมั่นคง และพร้อมสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว ขนส่งสินค้าด้วย” รอง ผอ.ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ กล่าว

รอง ผอ.ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ กล่าวต่ออีกว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนั้น เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ-กองทัพเรือ พ.ศ.2561–2565 ตามนโยบายรัฐบาล และดำเนินการตามยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ประกอบด้วย 1.มีศักยภาพและความสามารถในการให้บริการและการแข่งขัน 2.การบริการมีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว ประหยัด และปลอดภัย 3.ระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ 4.ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงาน มีทักษะ มีจริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี 5.มีความปลอดภัยและความมั่นคงตามเกณฑ์มาตรฐานสากล และ 6.เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Port

“หลังจากการปรับปรุง คิดว่าเศรษฐกิจในภาคตะวันออกจะดีขึ้น ถ้าท่าเรือดำเนินการตามแผน ปรับปรุงให้เป็นท่าเรือเฟอร์รี่ และเรือครุยส์นั้น จะสามารรองรับการเดินทาง การโดยสารของประชาชน ท่องเที่ยวทางทะเลเพิ่มขึ้น ประชาชนได้ประโยชน์ เช่น เรือโดยสารมาจอด มีนักท่องเที่ยว 3,500 คน โดย 1,000 คน เข้า กทม. อีก 1,500 คน เที่ยวในพื้นที่ พัทยา ช่องแสมสาร ไประยอง ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอย ถึงมือประชาชนในพื้นที่นั้นๆ โดยตรง” รอง ผอ.ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ กล่าว