ขบ.ผนึก สจล. ผุดแผนแม่บทพัฒนาสถานีขนส่งคนโดยสาร 20 ปี มุ่งเป้าสู่ Smart Bus Terminal ในอนาคต

“กรมการขนส่งทางบก” จับมือ “สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง” เผยร่างแผนแม่บทในการดำเนินการและการพัฒนาสถานีขนส่งคนโดยสารระยะ 20 ปี และแนวคิดการออกแบบสถานีขนส่งในอนาคต มุ่งสู่การเป็น Smart Bus Terminal นำเทคโนโลยีเข้ามาควบคุมและพัฒนาระบบบริการ เทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล

นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก หรือ ขบ. เปิดการสัมมนาเพื่อรายงานผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ พร้อมนำเสนอแผนแม่บทในการดำเนินการและการพัฒนาสถานีขนส่งคนโดยสารระยะ 20 ปี และแนวคิดการออกแบบสถานีขนส่งในอนาคต ตามโครงการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทในการดำเนินการและการพัฒนาสถานีขนส่งคนโดยสาร ซึ่งร่างแผนแม่บทการพัฒนาสถานีขนส่งคนโดยสารระยะ 20 ปี แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น 1-5 ปี (2561-2565) ระยะกลาง 6-10 ปี (2566-2570) ระยะยาว 11-20 ปี (2571-2580)

โดยกรมการขนส่งทางบก และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการสถานีขนส่งคนโดยสาร เพื่อทดสอบแนวคิดและความเป็นไปได้ของการนำแผนแม่บทฯ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้คัดเลือกสถานีขนส่งคนโดยสารในชุมชนเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร), สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสงขลา, สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดระยอง, สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมา และสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นพื้นที่ศึกษานำร่องในการจัดทำแผนปฏิบัติการระยะเร่งด่วน 5 ปี เพื่อพัฒนาให้สถานีขนส่งคนโดยสารนำร่องให้เป็นต้นแบบการพัฒนาสถานีขนส่งคนโดยสารในอนาคต

ทั้งนี้ แผนแม่บทในการดำเนินการและการพัฒนาสถานีขนส่งคนโดยสาร ประกอบด้วยการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาทางกายภาพ โครงสร้างพื้นฐานสถานีขนส่งคนโดยสารเพื่อเพิ่มระดับการให้บริการและพื้นที่การให้บริการ, การพัฒนาระบบและรูปแบบบริหารจัดการสถานีอย่างมีประสิทธิภาพ, การปรับปรุงกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจยุคดิจิตอล (Digital Economy) และแผนปฏิบัติการระยะเร่งด่วนมุ่งเน้นการพัฒนา 3 ด้าน คือ การปรับปรุงทางกายภาพโครงสร้างสถานี การทดลองนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการของสถานี และการพัฒนาตามลักษณะและบริบทเฉพาะของแต่ละสถานี

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า กรมการขนส่งทางบกให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่รองรับปริมาณผู้โดยสารและรถโดยสาร พร้อมปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนทุกกลุ่มเพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียม เช่น คนสูงอายุ และคนพิการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อยกระดับการให้บริการภายในสถานีขนส่งและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการตารางการเดินรถ เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางให้แก่ประชาชน เตรียมนำระบบ Smart Bus Terminal และระบบ GPS Tracking ที่กำหนดให้ติดตั้งในรถโดยสารสาธารณะทุกคัน มาใช้เชื่อมโยงกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS เพื่อติดตามการเดินรถ พร้อมแสดงเวลาเข้า-ออก เช่นเดียวกับสนามบิน เช่น ใช้ระบบตรวจเช็กเวลาเข้าออกรถอัตโนมัติ, ระบบขายตั๋วร่วม, ระบบบริหารจัดการช่องจอดอัตโนมัติ การพัฒนาระบบการเชื่อมต่อกับการขนส่งระบบอื่นๆ ทุกโหมดการเดินทางตามนโยบาย One Transport ของกระทรวงคมนาคม ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ตามศักยภาพของพื้นที่เพื่อเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ และนำอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมาเป็นเอกลักษณ์การให้บริการเฉพาะตัวของท้องถิ่น สอดคล้องกับการวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ คาดว่าจะเริ่มให้บริการเพื่อให้ทันต่อการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

แชร์ข่าวนี้ให้กับเพื่อนๆ ผ่าน >>
  • 8
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    8
    Shares

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *