พาณิชย์เร่งตรวจสอบ 2 บริษัทนำเที่ยวเหตุการณ์เรือนำเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต

กระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบ 2 บริษัทนำเที่ยวเหตุการณ์เรือนำเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต เบื้องต้นพบจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เตรียมขยายผลต่อลงพื้นที่บูรณาการตรวจสอบเชิงลึกเข้าข่ายนอมินีหรือไม่ หากใช่กรรมการบริษัทก็ต้องรับผิดด้วย มีความผิดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษปรับรายวันอีกวันละ 10,000 – 50,000 บาท เตือนผู้ประกอบการปฏิบัติตามคำแนะนำหน่วยงานภาครัฐ ช่วยลดความเสียหายได้

นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดเผยว่าจากเหตุการณ์เรือนำเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ และมีความเป็นห่วงนักท่องเที่ยวและลูกเรือเป็นอย่างมาก จึงได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะของบริษัทนำเที่ยวทั้ง 2 บริษัท เบื้องต้นกรมฯ ได้ตรวจสอบสถานการณ์จดทะเบียนจัดตั้งของ 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด และ บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด มีรายละเอียด ดังนี้

บริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.57 ทุนจดทะเบียน 16,000,000 บาท สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 89/13 หมู่ที่ 6 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ประกอบกิจการนำเที่ยว รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเที่ยวทุกชนิด มีนางสาวอัญชลี วิทยานันทพรกุล เป็นกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้นประกอบด้วย นางสาวอัญชลี วิทยานันทพรกุล ถือหุ้นจำนวน 48,000 หุ้น (ร้อยละ 30) นายวิทยา ชัยธาวุฒิ ถือหุ้นจำนวน 33,600 หุ้น (ร้อยละ 21) และบริษัท เลซี่แคท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ประเทศจีน ถือหุ้นจำนวน 48,000 หุ้น 78,400 หุ้น (ร้อยละ 49) โดยในปี 2559 มีผลประกอบการ กำไร จำนวน 64,684.12 บาท ปี 2560 มีผลประกอบการ กำไร จำนวน 1,280,408.70 บาท  

บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด เจ้าของเรือนำเที่ยวฟีนิกซ์ จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.59 ทุนจดทะเบียน 4,000,000 บาท สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 43/84 หมู่ที่ 5 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ประกอบกิจการรับจองทัวร์ ห้องพัก โรงแรม นำเที่ยว มีนางสาววรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล เป็นกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้นประกอบด้วย นางสาววรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล ถือหุ้นจำนวน 39,000 หุ้น (ร้อยละ 97.50) นางยินดี ฤกษ์ชัยกาล ถือหุ้นจำนวน 500 หุ้น (ร้อยละ 1.25) และนายจักรพันธ์ ฤกษ์ชัยกาล ถือหุ้นจำนวน 500 หุ้น (ร้อยละ 1.25)  โดยในปี 2559 มีผลประกอบการ ขาดทุน จำนวน 13,114.79 บาท ปี 2560 มีผลประกอบการ กำไร จำนวน 252,422.13 บาท 

อธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น พบว่าทั้ง 2 บริษัท จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทถูกต้องตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจนำเที่ยวถูกต้อง โดยขั้นตอนต่อไป กรมฯ จะลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น ตำรวจท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว กรมสรรพากร ปปง. และหน่วยงานราชการใน จ.ภูเก็ต ขยายผลตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทุกกรณี รวมทั้งตรวจสอบว่าเข้าข่ายนอมินีหรือไม่ (คนไทยให้ความช่วยเหลือถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ เพื่อให้คนต่างชาติสามารถเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย)

หากพบว่าเป็นนอมินี คนไทยถือหุ้นแทน รวมทั้งกรรมการบริษัทก็ต้องรับผิดด้วย ซึ่งจะมีความผิดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษปรับวันละ 10,000 – 50,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

“ขอเตือนผู้ประกอบการที่ต้องให้บริการเกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานภาครัฐอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็จะสามารถช่วยลดความเสียหายได้เป็นอย่างมาก ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้น เกิดจากการไม่เชื่อฟังคำเตือนของหน่วยงานราชการและไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงและเสียหายต่อประเทศชาติ” อธิบดี กล่าวทิ้งท้าย

แชร์ข่าวนี้ให้กับเพื่อนๆ ผ่าน >>
  • 3
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    3
    Shares

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *